วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกการปฏิบัติงาน : 04/02/57

สิ่งที่เรียนรู้      
              การไปทัศนศึกษาที่ชุมชนกุฎีจีน ณ โบสถ์ซางตาครู้ส
              ออกเดินทางในเวลา 8.30 น. เดินทางด้วยรถตู้และรถบัส  การเดินทางครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กไปสืบค้นหาคำตอบที่เด็กใค่รรู้ในประเด็นคำถามที่ได้เตรียมไว้ และเป็นการเปิดโลกกว้างให้เด็กได้เห็นสถานที่จริง อยู่ในบริบทจริงมากกว่าการใช้บัตรภาพหรือสือที่เป็นนามธรรม เพื่อให้เด็กสร้างองค์ความรู้และหาคำตอบด้วยตนเอง





 ความคิดเห็นที่มีต่อสิ่งที่เรียนรู้
              การที่โรงเรียนหรือครูจัดให้มีการไปทัศนศึกษานอกสถานที่ทำให้เด็กตื่นเต้น กระตือรือร้นที่จะศึกษาหาความรู้กับประเด็นคำถามที่ตนได้รับ ทำให้เด็กได้หาคำตอบด้วยตนเองจากวิธีการซักถามเพื่อหาคำตอบที่ตนต้องการ นอกจากนี้การไปทัศนศึกษานอกสถานที่ทำให้เด็กได้เห็นสถานที่จริงๆ มากกว่าการนั่งรูปในห้องเรียน
ทฤษฎี/แนวคิดที่เกี่ยวข้อง
             ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism)  เป็นทฤษฏีที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการและวิธีการของบุคคลในการสร้างความรู้ความเข้าใจจากประสบการณ์ รวมทั้งโครงสร้างทางปัญญาและความเชื่อที่ใช้ในการแปลความหมายเหตุการณ์และสิ่งต่างๆ  เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนจะต้องจัดกระทำกับข้อมูล นอกจากกระบวนการเรียนรู้จะเป็นกระบวนการปฏิสัมพันธ์ภายในสมองแล้ว ยังเป็นกระบวนการทางสังคมด้วย  การสร้างความรู้จึงเป็นกระบวนการทั้งด้านสติปัญญาและสังคมควบคู่กันไป หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้จะมุ่งเน้นไปที่กระบวนการสร้างความรู้ เป้าหมายของการสอนจะเปลี่ยนจากการถ่ายทอดให้ผู้เรียนได้รับสาระความรู้ที่แน่นอนตายตัว   ไปสู่การสาธิตกระบวนการแปลและสร้างความหมายที่หลากหลาย ผู้เรียนจะต้องเป็นผู้จัดกระทำกับข้อมูลหรือประสบการณ์ต่างๆ  และจะต้องสร้างความหมายให้กับสิ่งนั้นด้วยตนเอง  โดยการให้ผู้เรียนอยู่ในบริบทจริง
ที่มา  :  http://1sutida036.blogspot.com/2011/07/constructivism.html
เสนอเเนวทางปฏิบัติจากความรู้ใหม่
             นอกจากการสอนในห้องเรียนเเล้วการจัดให้เด็กไปทัศนศึกษานอกสถานที่เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นที่จะใฝ่หาความรู้ เกิดการเรียนรู้ที่สามารถ สัมผัส จับต้อง ได้เห็น ได้ยิน จากสิ่งที่เป็นของจริง การจัดการเรียนรู้นอกสถานที่จึงจำเป็นมากสำหรับเด็กในการค้นคว้าหาคำตอบให้กับตนเอง 

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกผลหลังการสอน 03/02/57

การบันทึกผลหลังการสอน
แผนการจัดประสบการณ์  หน่วย "ที่นี่..กรุงเทพ" เรื่อง "เรื่องนี้หนูอยากรู้" ชั้นอนุบาล 3 ห้อง736
            การสอนครั้งนี้เป็นการส่งเสริมกระบวนการคิดของเด็กเป็นหลัก ให้เด็กฝึกตั้งคำถาม ค้นคว้าหาคำตอบของสิ่งที่เด็กอยากรู้เกี่ยวกับชุมชนกุฎีจีนก่อนการไปทัศนศึกษา ณ โบสถ์ซานตาครูส  เพื่อให้เด็กสืบค้นข้อมูลที่เด็กอยากรู้ให้มาซึ่งคำตอบที่เด็กๆสามารถนำไปต่อยอดความรู้ได้ 
           ขั้นนำ เป็นการทบทวนความรู้จากสิ่งที่เรียนไปเมื่อกิจกรรมที่เเล้วโดยการทีครูให้เด็กดูวิดิโอจากยูทูบเรื่องที่เกี่ยวกับชุมชนกุฎีจีน แล้วเด็กสรุปออกมาเป็นการวาดภาพ "ใคร" "ทำอะไร" "ที่ไหน" "อย่างไร" "เมื่อไร" 
          จากนั้นขั้นสอน เด็กๆ ภายในกลุ่มมีการตั้งกระบวนการคำถามที่เเตกต่างกันออกไปตามหัวข้อ ได้แก่ หัวข้ออาหารหรือขนม  หัวข้อเสินทางการเดินทาง หัวข้อสภาพความเป็นอยู่ชมชนกุฎีจีน และหัวข้อสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชนกุฎีจีน เมื่อได้หัวข้อที่ชัดเจนเเล้วจะทำการเเบ่งกลุ่มเด็กออกเป็น 4 กลุ่ม ได้เเก่ กลุ่มสิงโตกับเเมวเหมียว กลุ่มเจ้าชายเจ้าหญิง กลุ่มเปลือกหอยสวย กลุ่มของเล่น จากนั้นจะถึงกระบวนการตั้งคำถามของสมาชิกในสิ่งที่สนใจใคร่รู้ โดยใช้ไอแพคจำนวน 4 เครื่อง กลุ่มละ 1 เครื่องป็นสื่อการสอนเเทนบัตรภาพ เพื่อให้เด็กได้เห็นภาพรวมในการตั้งประเด็นคำถาม เช่น ขนมกุฏีจีนทำที่ไหน ขนมกุฎีจีนทำไมต้องใส่ลูกเกด การเดินทางไปชุมชนกุฏีจีนไปได้อย่างไร หรือทำไมบ้านในชุมชนกุฎีจีนจึงเป็นบ้านไม้ เมื่อได้ประเด็นคำถามของเเต่ละกลุ่มเเล้วครูจะสร้างข้อตกลงให้เด็กก่อนไปทัศนศึกษาเพื่อให้เด็กไปค้นคว้าหาคำตอบมาด้วยตนเองจากการสอบถามผู้รู้ที่อยู่ในชุมชนกุฎีจีน     



 




  

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกการศึกษางานวิชาการ






แผนภูมิโครงสร้างการบริหารโรงเรียนสาธิตลอออุทิศ

 งานวัดและประเมินผล
การประเมินพัฒนาการ
โรงเรียนสาธิตละอออุทิศให้ความสำคัญกับการประเมินผลพัฒนาการเด็ก ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญมาก ในการประเมินผลพัฒนาการเด็ก ครูเป็นผู้ประเมินพัฒนาการทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
การประเมินผลพัฒนาการเด็กดำเนินการโดยคำนึงถึงหลักพัฒนาการด้านต่างๆ ดังนี้
1.ความเป็นเอกัตบุคคลของเด็ก กล่าวคือเด็กแต่ละคนมีอัตราการเจริญเติบโตเฉพาะตนเอง
2.ความคิดรวบยอดของเด็กแต่ละคน
3.พัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กทุกด้านโดยเฉพาะด้านสติปัญญา ถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการเรียนรู้
4.เด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากประสบการณ์ตรง การทดลอง  และการค้นพบ
5.การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แก่เด็กจำเป็นต้องคำนึงถึงพื้นฐานทางด้านครอบครัว ความสนใจ และระดับพัฒนาการของเด็กแต่ละคนในชั้น
การประเมินผลในระดับชั้นเรียน
1.การสังเกต
2.การสัมภาษณ์ พูดคุย
3.การใช้แบบประเมินพัฒนาการ
4.การบันทึกแฟ้ม
5.การใช้แฟ้มผลงานเด็ก

งานพัฒนาการเรียนการสอน
- การพัฒนาครู  มีการจัดอบรมครูในโรงเรียน, ส่งครูเข้ารับการอบรมกับหน่วยงานด้านการศึกษาปฐมวัย, ประชุมครูเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
- การพัฒนาเด็ก  มีการพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์ในกิจกรรมและเกมการศึกษา, จัดโครงการที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละด้าน
- การใช้แหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมและพัฒนาเด็กสอดคล้องกับหน่วยการเรียน
- การให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน เช่น สนับสนุนสื่ออุปกรณ์ตามความเหมาะสม

วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกการปฏิบัติงาน : 31/01/57

สิ่งที่เรียนรู้
การจัดกิจกรรมคีรีบูน
         การจัดกิจกรรคีรีบูนจัดขึ้นในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. การจัดกิจกรรมคีรีบูนเป็นการจัดกิจกรรมดนตรีที่จัดให้เด็กฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวโน้ตของเสียงต่างๆ ทั้ง ตัวโด เร มี ฟา ซอล ลา ที  ฝึกการฟังเสียงของตัวโน้ต ฝึกการฟังตัวโน้ตจากคุณครูแล้วกดคีย์บอร์ดตามเสียงนั้นๆที่ครูสั่ง  และสุดท้ายเป็นการฟังนิทานเพื่อฝึกกระบวนการคิด รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล เนื่องจากครูผู้สอนใช้คำถามจากนิทานด้วยคำว่า “ใคร”  “ทำไม”  “ที่ไหน”  ทำให้เด็กได้คิดวิเคราะห์เรื่องที่ฟังอยู่ตลอดเวลา
 ความคิดเห็นที่มีต่อสิ่งที่เรียนรู้
          การจัดกิจกรรมทางดนตรีเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ชอบและให้ความสนใจมาก เด็กบางคนที่สมาธิสั้น  พอเข้ากิจกรรมนี้แล้ว กับตั้งใจนั่งฟังเสียงตัวโน้ตจากคุณครู กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมเสริมที่ดี เพื่อฝึกสมาธิให้กับเด็ก ทำให้เด็กนิ่งขึ้น การสอนด้วยการตั้งคำถามเป็นฝึกกระบวนการคิด รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล
ทฤษฎี/แนวคิดที่เกี่ยวข้อง
           การสอนโดยฝึกผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดจะนำไปสู่การพัฒนาความสามารถในการคิด ได้แก่ การสอนด้วยการตั้งคำถาม โดยใช้หมวกความคิด 6 ใบของ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน  ซึ่งใช้สีเป็นชื่อหมวกเพื่อให้มองเห็นภาพของหมวกได้โดยง่าย สีของหมวกแต่ละใบยังสอดคล้องกับแนวความคิดของหมวกแต่ละใบด้วย
              - หมวกสีขาว แสดงถึงความเป็นกลาง เช่น เรามีข้อมูลอะไรบ้าง เราได้ข้อมูลที่ต้องการมาโดยวิธีใด
              - หมวกสีแดง หมายถึง การมองทางด้านอารมณ์และความรู้สึก เป็นการแสดงอารมณ์สัญชาตญาณลางสังหรณ์ประทับใจความโกรธ ความสนุก ความอบอุ่น และความพอใจ
              - หมวกสีดำ แสดงถึงความมืดครึ้ม จึงหมายถึง เหตุผลด้านลบ เหตุผลในการปฏิเสธ เป็นการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
              - หมวกสีเหลือง แสดงถึงความสว่างไสว และด้านบวก จึงหมายถึง เหตุผลทางบวก ความมั่นใจ
              - หมวกสีเขียว แสดงถึงความเจริญเติบโต ความสมบูรณ์ จึงหมายถึงความคิดสร้างสรรค์และความคิดใหม่ ๆ
              - หมวกสีฟ้า แสดงถึงความเยือกเย็น ท้องฟ้า ซึ่งอยู่เหนือทุกอย่าง จึงหมายถึงการควบคุมและจัดระเบียบกระบวนการและขั้นตอนการใช้หมวกสีอื่น ๆ ทำหน้าที่เหมือนผู้ควบคุมวงดนตรี
ที่มา : http://patpattama06102535.wordpress.com/2013/11/26/

เสนอเเนวทางปฎิบัติจากความรู้ใหม่
           ในการจัดกิจกรรมในแต่ละสัปดาห์ควรสอดแทรกกิจกรรมคีรีบูนไว้เพื่อให้เด็กได้ฝึกสมาธิ  เพื่อกระตุ้นส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ร่างกาย , อารมณ์-จิตใจ , สังคม และ สติปัญญา (IQ,EQ,MQ,PQ) ให้เต็มตามศักยภาพของเด็ก และจัดให้มีกิจกรรมหลากหลาย และ มีการสอนวิชาพิเศษ
เด็กๆ ฟังเสียงตัวโน้ตจากครูผู้สอนเเล้วร้องตัวโน้ตตาม
เด็กๆเตรียมพร้อมในกาฟังตัวโน้ต
เด็กๆฟังตัวโน้ตจากเพลงที่ครูเปิดเเล้วใส่ตัวโน้ตตามเพลง
เด็กๆตั้งใจฟังนิทานฝึกกระบวนการคิดโดยใช้คำถามอย่างสนุกสนาน

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกการปฏิบัติงาน : 30/01/57

สิ่งที่เรียนรู้
การใช้ทรายสีแทนการระบายสี
การใช้ทรายสีแทนการระบายสี
           ศิลปะสร้างสรรค์ประเภทนี้คุณครูจะมีภาพให้ ติดด้วยกาวสองหน้าเเบบบาง เมื่อเริ่มทำกิจกรรมเด็กๆ จะลอกเทปกาวออก แล้วเอาทรายสีโรยติด ใช้มือเกลี่ยให้ทั่ว เททรายสีส่วนเกินกลับคืน ทำแบบนี้ไปทีละช่องจนครบ 
ความคิดเห็นที่มีต่อสิ่งที่เรียนรู้
           การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เช่นนี้เป็นการจัดกิจกรรมที่ดี  สลับกับการใช้สีไม้ หรือสีเทียน เป็นกิจกรรมที่หลากหลาย เพราะการใช้ทรายสีทำให้เด็กฝึกการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา  ส่งเสริมความแข็งแรงของนิ้วมือ และเด็กเองรู้สึกชอบ อยากที่จะโรยสี  ซึ่งสังเกตได้จากการทำกิจกกรมของเด็กเอง ที่ต้องใจเททรายสีลงในเเต่ละช่องอย่างสวยงาม
ทฤษฎี/แนวคิดที่เกี่ยวข้อง
            การจัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาเด็กนั้นผู้จัดกิจกรรมจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดกิจกรรม ต้องมีการศึกษาทดลองและพัฒนากิจกรรมอย่างเป็นระบบ เด็กปฐมวัยเป็นเด็กในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่พัฒนาการด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กำลังเจริญเติบโตจึงต้องการการส่งเสริมด้วยกิจกรรมศิลปะที่มีคุณภาพ เพื่อการพัฒนาอย่างเข้าใจและยั่งยืน  กิจกรรมศิลปะที่มีรากฐานมาจากความคิดที่หลากหลายและผ่านการทดลองอย่างเป็นระบบจึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญต่อเด็กเป็นอย่างมาก เสรีภาพทางความคิดและการปฏิบัติกิจกรรมศิลปะตามความต้องการของผู้เรียนเป็นการสร้างบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ ที่ครูศิลปะจะต้องจัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียน เพราะการที่เด็กแสดงออกได้มากเท่าไร นั่นย่อมหมายความว่า เขาได้ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาได้มากเท่านั้น และนั่นย่อมหมายถึงความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  เพิ่มขึ้น  เมื่อปัญหาเดิมได้รับการตอบสนองไปเรียบร้อยแล้ว  และนั่นยอมหมายถึงความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  เพิ่มขึ้นเมื่อปัญหาเดิมได้รับการตอบสนองไปเรียบร้อยแล้ว  เด็กอาจยุ่งยากใจกับการแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงแต่ในโลกแห่งศิลปะ เขามีวิธีการในการเข้าไปสู่ความสำเร็จในการแก้ปัญหาเสมอถ้าครูหรือผู้ปกครองไม่เข้าไปแย่งชิงช่วงเวลาอันมีคุณค่าของการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ตามเสรีภาพของเด็กด้วยความหวังดีที่ขาดความเข้าใจ 
ที่มา : http://etcserv.pnru.ac.th/kmpnru/index.php?module=knowledge/
เสนอเเนวทางปฎิบัติจากความรู้ใหม่
            ในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เกี่ยวกับการวาดภาพระบายสี  ควรสลับไปมาระหว่างใช้ทรายสีกับการใช้สีไม้ หรือสีเทียน เพราะจะทำให้เด็กไม่เบื่อหน่ายต่อกิจกรรมนั้นๆ และเป็นการเตรียมพร้อมความแข็งแรงของนิ้วมือไปสู่ระดับชั้นต่อๆไป การจัดกิจกรรมถือเป็นกระบวนการให้เด็กได้เรียนรู้ที่สำคัญประการหนึ่งที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ทำให้เด็กพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆต่อไป

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกการปฏิบัติงาน : 29/01/57

สิ่งที่เรียนรู้
การจัดกิจกรรมเน้นผูเรียนเป็นสำคัญโดยใช้ศูนย์การเรียนรู้  หน่วย "ที่นี่...กรุงเทพ"
        ในการเรียนการสอนหน่วย ที่นี่...กรุงเทพ  เรื่อง "คนค้นกรุง"  ได้มีการจัดพาเด็กไปดูศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเก่าแก่ ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพ มี 4 ชุมชน ได้แก่ชุมชนกุฎีจีน  ชุมชนคนจีน  ชุมชนบ้านบาตร  ชุมชนเชื้อสายแขก  จัดเป็นมุมการเรียนรู้ที่ประกอบไปด้วยภาพประกอบการคำบรรยายของดีของชุมชนนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีสื่อของจริงเพื่อให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสได้มอง จับ สื่อของจริง ทำให้เด็กเกิดความอยากรู้ อยากเห็นในเรื่องที่เรียนรู้ได้ดีมากยิ่งขึ้น    
เด็กๆกำลังสนใจชุมชนกุฏีจีน ซึ่งเป็นชุมชนแห่งหนึ่งที่มีความเก่าแก่ของฝั่งธนบุรีที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานตั้งแต่สมัยยุคกรุงธนบุรี และเป็นย่านชุมชนซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมอย่างมากแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
เด็กๆกำลังให้ความสนใจดูภาพของตลาดพาหุรัดที่เป็นเหล่งที่อยู่อาศัยของชาวไทยเชื้อสายแขก
เด็กๆ ชอบที่จะซักถามหรือให้ความสนใจกับรูปภาพของคนเชื้อสายจีนย่านเยาวราช
ชุมชนบ้านบาตรเป็นชุมชนอีกแห่งที่เก่าแก่ในกรุงเทพมหานคร
    ความคิดเห็นที่มีต่อสิ่งที่เรียนรู้
         การพาเด็กไปดูศูนย์การเรียนรู้ที่จัดให้เด็กๆ ได้ดูตามหน่วยโดยเน้นการจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญทำให้เด็กเกิดความกระตือรือร้นที่จะรับความรู้ที่ครูผู้สอนพยายามจะถ่ายทอดออกมาให้เด็กมากที่สุด การใช้สื่อของจริงจึงมีประโยชน์มากที่เด็กสามารถเห็นผ่านรูป สิ่งของเครื่องใช้ ทำให้เด็กสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างละอียดมากขึ้นกว่าการฟังจากครูผู้สอนอย่างเดียว ช่วยทำให้เด็กเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้

ทฤษฎี/แนวคิดที่เกี่ยวข้อง
         วัฒนาพร ระงับทุกข์  กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คือ วิธีการสำคัญที่สามารถสร้างและพัฒนาผู้เรียน ให้เกิดคุณลักษณะต่างๆ ที่ต้องการในยุคโลกาภิวัตน์ เนื่องจากเป็นการจัดการเรียนการสอนที่ให้ความสำคัญกับผู้เรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนในเรื่องที่สอดคล้องกับความสามารถและความต้องการของตนเองและได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ซึ่งแนวคิดการจัดการศึกษานี้เป็นแนวคิดที่มีรากฐานจากปรัชญาการศึกษาและทฤษฎีการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และเป็นแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะตามต้องการอย่างได้ผล 
ที่มา : http://etcserv.pnru.ac.th/kmpnru/index.php?module=knowledge/

เสนอเเนวทางปฎิบัติจากความรู้ใหม่
       การจัดรูปแบบการสอนไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียนเสมอไป ควรให้เด็กได้เดินดูสิ่งของที่เป็นของจริงบ้าง จะทำให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสในการมอง การจับต้องสิ่งของ จะทำให้เด็กเกิดความสนุกสนานกับการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ทั้งนี้ในการจัดการเรียนสอนต้องเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วย
สื่อที่ใช้จัดเเสดงในชุมชนบ้านบาตร
สื่อของจริงชุมชนกุฎีจีน
สื่อของจริงชุมชนเชื้อสายเเขก
สื่อของจริงชุมชนคนจีน
เด็กกำลังสนใจวาดภาพของชุมชนที่ตนเองสนใจ

แนะนำตนเอง(^^<)

ชื่อ รวีวรรณ   นามสกุล นิ่มครุธ   ชื่อเล่น ไซอิ๋ว ^^<
คณะครุศาสตร์  สาขาการศึกษาปฐมวัย
รหัสนักศึกษา 53111320235  ตอนเรียน D1
เกิด วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2535  อายุ 21 ปี
สัญชาติ ไทย  เชื้อชาติ ไทย  ศาสนา พุทธ

>> ฝึกสอนโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ  ชั้นอนุบาล 3  ห้อง 736  
ครูประจำชั้น ครูอัญชลี  ข้าวสามรวง (ครูอ้อ) <<